เก่งอังกฤษแค่ไหน
ทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษกัน.....ที่ไหนบ้าง


TOFEL  /TOEIC / IELTS / CPE / LINKS

    ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล และดูเหมือนจะเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารระหว่างชาติของบุคคลพึงประสงค์ ในโลกยุคนี้  สถาบันต่างๆคาดหวังที่จะให้บุคคลในสถาบันมีความสามารถทางการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่สอง

    มหาวิทยาลัย/สถาบัน ทุกแห่ง ได้กำหนดให้นักศึกษาที่จะเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา หรือเมื่อจะสำเร็จการศึกษาจะต้องมีความรู้
ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถเข้าใจเอกสารวิชาการที่เป็นภาษาอังกฤษ สามารถที่จะสืบค้นข้อมูลจากระบบ Internet และสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้ดี  สำหรับขั้นตอนการรับสมัครสอบ ลักษณะของข้อสอบ วิธีการประเมินอายุการใช้งานของผลการสอบ ค่าสมัคร และกำหนดการต่างๆของแต่ละมหาวิทยาลัย/สถาบันจะมีความแตกต่าง  กันออกไป   ทั้งนี้มักจะยอมรับผลการทดสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานสากล จากTOEFL และ IELTS โดยให้สามารถใช้ผลการทดสอบ ดังกล่าวมาใช้เทียบ และยกเว้นการสอบภาษาอังกฤษที่แต่ละมหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนดได้ โดยทั่วไประดับคะแนนที่เป็นที่ยอมรับ คือ TOEFLตั้งแต่ 450 คะแนนขึ้นไป และ IELTS ตั้งแต่ Overall Band 5.0 ขึ้นไป โดยผลการทดสอบนั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัย/สถาบันอาจกำหนดระดับคะแนนต่างจากนี้ตามความเหมาะสม

IELTS คืออะไร

    Academic Module สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อ ในระดับอุดมศึกษา หรือ สูงกว่า ในทุก ๆ สาขา
    General Training Module สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่า ปริญญาตรี ระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรระยะสั้น และ หลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ

บางสถาบันต้องการ ให้ผู้ที่สมัครเรียนสอบ Academic Module อันเนื่องมาจากความยากง่าย ของสาขาวิชา ซึ่งผู้สมัครจะต้องสอบถามก่อน

ข้อ ดี ของ การ สอบ IELTS
1. สำหรับ ผู้ ที่ มี พื้น ฐาน ภาษา อังกฤษ อยู่ ใน เกณฑ์ ดี แล้ว สอบ เพื่อ ที่ จะ นำ ผล สอบ ไป ใช้ ใน การ สมัคร เรียน โดย ไม่ ต้อง ไป เรียน ภาษา เพิ่ม หรือ อาจ จะ เรียน ภาษา อังกฤษ เพื่อ เรียน ต่อ ใน ระยะ สั้น ก่อน ที่ มหาวิทยาลัย จะ เปิด
2. สำหรับ ผู้ ที่ มี พื้น ฐาน ภาษา อังกฤษ อยู่ ใน เกณฑ์ ปาน กลาง สามารถ ที่ จะ ทราบ ว่า ภาษา อังกฤษ ของ ตน เอง อยู่ ใน ระดับ ใด ซึ่ง ผล สอบ จะ เป็น ส่วน ช่วย ใน การ วาง แผน การ เรียน ของ คุณ ว่า ต้อง ใช้ เวลา เรียน ภาษา ประมาณ กี่ สัปดาห์ จึง จะ สามารถ สอบ ได้ ตาม เกณฑ์ ที่ สถาบัน กำหนด ไว้ ผล ภาษา อังกฤษ และ ใน ช่วง นั้น ที่ มหาวิทยาลัย หรือ สถาบัน กำลัง เปิด รับ อยู่ หรือ ไม่ ใน การ สมัคร เรียน หาก มี ผล คะแนน ตั้ง แต่ 4.5-5.5 ขึ้น ไป คุณ สามารถ เลือก เรียน อังกฤษ เฉพาะ ด้าน โดย ไม่ ต้อง ไป เรียน ภาษา อังกฤษ ทั่ว ไป
3. ดัง ที่ ทราบ กัน ดี อยู่ แล้ว ว่า การ สอบ IELTS เป็น การ ทด สอบ ทั้ง 4 ทักษะ ซึ่ง เมื่อ ผล สอบ ออก มา คุณ จะ รู้ ได้ ว่า การ อ่าน การ เขียน การ ฟัง การ พูด ทักษะ ไหน ที่ คุณ จะ ต้อง ปรับ ปรุง มาก น้อย เพียง ใด
4. IELTS เป็น การ สอบ ที่ ใกล้ เคียง กับ การ ที่ คุณ จะ ต้อง ไป ใช้ มาก ที่ สุด เนื่อง จาก การ เรียน การ สอน ใน สถาบัน คุณ จะ ต้อง ใช้ ทั้ง 4 ทักษะ เช่น ใน จด บัน ทึก จาก อาจารย์ ผู้ สอน คุณ ก็ จะ ต้อง มี ความ สามารถ ใน การ ฟัง และ การ เขียน ที่ ดี ใน การ บรรยาย หน้า ชั้น เรียน หรือ การ สื่อ สารกับอาจารย์ ผู้ สอน และ เพื่อน ร่วม ชั้น เรียน คุณ ก็ จะ ใช้ ทักษะ การ พูด ส่วน การ อ่าน คุณ จะ ต้อง อ่าน หนังสือ เรียน เพื่อ ทำ ความ เข้า ใจ ก่อน การ เรียน จะ เห็น ได้ ว่า ทุก ทักษะ จะ มี ความ สำคัญ ทั้ง สิ้น จะ ขาด ทักษะ ใด ทักษะ หนึ่ง ไม่ ได้ แต่ ถ้า คุณ สอบ วัด ผล ชนิด อื่น ซึ่ง จะ มี ไม่ ครบ ทุก ทักษะ ก็ จะ ทำ ให้ คุณ ไม่ มี ความ พร้อม ทุก ทักษะ และ ยัง ขาด ความ มั่น ใจ ใน การ ศึกษา ต่อ อีก ด้วย

ค่า ใช้ จ่าย ใน การ สอบ
สำหรับ ค่า ธรรมเนียม การ สอบ IELTS คิด เป็น เงิน 100 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่ง มี ผู้ กล่าว ว่า แพง เกิน ไป โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง เมื่อ เปรียบ เทียบกับ TOEFL แต่ อย่าง ไร ก็ ตาม เนื่อง มา จาก หลัก เกณฑ์ ใน การ สอบ ที่ ต่าง กัน การ สอบ IELTS จะ เป็น การ สอบ ทุก ทักษะ โดย เฉพาะ การ พูด จะ มี เจ้า หน้า ที่ ชาว ต่าง ชาติ มา ทำ การ ทดสอบ

ศูนย์ สอบ IELTS ใน ประเทศไทย
ใน ประเทศ ไทย มี ศูนย์ สอบ IELTS อยู่ เพียง สาม แห่ง คือ ที่ กรุงเทพฯ IDP Education Australia, British Council และ Australia Centre ที่ เชียงใหม่ สำหรับ ที่ ศูนย์ IDP นั้น มี การ จัด สอบ ใน วัน เสาร์



TOEFL  คืออะไร

TOEFL (Test of English as Foreign Language) เป็นการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเรียน
ระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา. มหาวิทยาลัยโดยทั่วไปต้องการคะแนน 550 จึงจะยอมรับให้เข้าเรียน. ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.toefl.org/     ข้อสอบมีการทดสอบ 3 ส่วนคือ

ปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการสอบแบบใหม่ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ (computer - based testing) ซึ่ง ETS
(ดูรายละเอียดที่ http://www.ets.org/) เชื่อว่าจะสามารถวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนได้ถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริง
มากกว่า การสอบแบบเดิม (paper - based test) และไม่เป็นปัญหาอุปสรรค สำหรับผู้สอบที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์มาก่อน เนื่องจาก ETS จะให้ผู้สอบทุกคนได้ฝึกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer - based tutorial) ก่อน
และ ใช้ CD ROM ทดลองทำก่อนการสอบจริง ข้อสอบจะเพิ่มการสอบ Writing จากที่เคยมีเพียงการสอบ Listening, Structure & Grammar, Reading Comprehension โดยผู้สอบต้องเขียน essay และยกเลิกสอบ TWE (Test of Written English) ทั้งนี้การทำข้อสอบในส่วน Listening และ Structure & Grammar จะใช้ Computer Adaptive Test คือ เมื่อผู้สอบตอบคำถาม แต่ละข้อแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนคำตอบ หรือ แก้ไขได้ต้องทำข้อสอบข้อต่อไป แต่การทำข้อสอบในส่วน Reading Comprehension
จะใช้ Linear Test คือผู้สอบสามารถเปลี่ยนหรือ แก้ไขคำตอบได้  การคิดคะแนนเปลี่ยนไป โดยมีคะแนนรวมสูงสุด 300
Listening 0 - 30 Structure & Grammar 0 - 30 Reading Comprehension 0 - 30 Writing 1 - 6
ระยะเวลาในการทำข้อสอบ คือ 4 ชั่วโมง 30 นาที โดยให้ฝึกหัดใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมาณ 30 นาที ค่าใช้จ่ายในการสอบในประเทศสหรัฐอเมริกา US$100 ส่วนในประเทศอื่น ๆ US$125
การสอบระบบใหม่นี้จะเริ่มสอบในเดือนกรกฎาคม

ประโยชน์ของการทดสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์
การสอบโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ (computer - based testing) จะก่อให้เกิดผลดีหลายประการดังนี้
1. ปรับปรุงวิธีการประเมิณสำหรับวัดระดับความรู้แต่ละรัดับของผู้สอบให้เวลาในการตอบคำถามน้อยวง สำหรับคำถามที่ง่ายเกินไปหรือยากเกินไป
2. มีคำถามน้อยกว่าการสอบเดิม (traditional paper - based tests)
3. สามารถสอบได้ตลอดปีในหลาย ๆ พื้นที่
4. มีตารางสอบที่ยืดหยุ่น
5. มีบรรยากาศการสอบที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น
6. แจ้งผลสอบได้รวดเร็วขึ้น ภายใน 2 สัปดาห์ของการสอบ
7. ทราบคะแนนสอบทางจอภาพได้ทันที (ยกเว้นการสอบเรียงความ)
8. สามารถเห็นคำอธิบายและ หัวข้อเรื่องในระหว่างสอบ Listening Comprehension section
9. มีหูฟังส่วนตัว และ สามารถควบคุมระดับเสียงได้
10. การสอบ Reading Comprehension ต้องการให้ผู้สอบมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับข้อสอบ
11. มีการสอบเรียงความ (essay) ทุกครั้ง

Computer - based test คือ อะไร
Computer - based test จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ linear และ adaptive
1. A linear computer based test : เครื่องคอมพิวเตอร์จะเลือกคำถามซึ่งแตกต่างกับให้ผู้สอบแต่ละราย โดยไม่ได้พิจารณาระดับความสามารถ ของผู้สอบ คำถามจะมีตั้งแต่ง่ายที่สุด จนถึง ยากที่สุด และ วิธีการให้คะแนน
จะเหมือนกับการสอบ Paper test
2. A computer - adaptive test (CAT) เครื่องจะเลือกคำถามที่เหมาะสมกับระดับความสามารถให้ผู้สอบแต่ละราย กระบวนการดังกล่าวทำให้ข้อสอบแบบ CATS สั้นกว่าแบบ Paper
The Listenign Comprehension และ Structure sections จะใช้ระบบ computer adaptive
The Reading Comprehension section จะใช้ระบบ linear และจะมีการสอบ Writing ทุกครั้ง

Computer - adaptive test มีวิธีการทำงานอย่างไร
ผู้สอบจะได้รับคำถาม 1 ชุด คำถามที่ได้รับจะเหมาะสมกับระดับความรู้ของผู้สอบทั้งในด้านปริมาณข้อสอบ ประเภทข้อสอบ และ เนื้อหาข้อสอบ ระบบ CAT จะเริ่มที่คำถามยาก ปานกลาง หากผู้สอบสามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง โดยทั่วไปคำถามข้อต่อไปจะยากขึ้น หากผู้สอบตอบคำถามผิด โดยทั่วไปคำถาม ข้อต่อไปจะง่ายขึ้น และคำถามในข้อต่อ ๆ ไป จะขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้ตอบไปแล้ว ดังกล่าว และขึ้นอยู่กับ คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบ (test specifications)

A computer - adaptive test มีข้อแตกต่างจาก paper-based test อย่างไร
CAT จะมีการถามคำถามเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นผู้สอบไม่สามารถทำข้อสอบ แบบข้ามข้อหรือเปลี่ยนแปลงคำตอบที่ได้ตอบไปแล้ว อีกทั้งจำนวนข้อสอบจะน้อยลง และผู้สอบจะไม่ต้องเสียเวลาตอบ คำถามที่ง่ายเกินไป หรือ ยากเกินไป

การให้เครื่องคอมพิวเตอร์เลือกคำถามจะยุติธรรมหรือไม่
บางครั้งผู้สอบตอบคำถามผิดพลากเพราะความประมาทเลินเล่อ หรือตอบคำถามถูกต้องเพราะโชคดีที่เดาถูก แต่อย่างไรก็ตามระบบ CAT(computer - adaptive test) จะช่วยให้ผู้สอบได้รับคำถามที่มีระดับความยากเหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้สอบ

Computer - adaptive test มีวิธีการให้คะแนนอย่างไร
CAT จะมีวิธีการให้คะแนนสอบดังนี้
1. ให้คะแนนตามระดับความยากของคำถาม
2. การตอบคำถามถูก ผิด ของผู้สอบ

จำนวนข้อสอบทั้งหมดที่ผู้สอบทำ
ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะช่วยให้ผู้สอบสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่การให้คะแนนไม่ได้ให้ ตามจำนวนคำตอบที่ตอบได้ถูกต้องเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ผู้สอบสองคนตอบคำถามได้ถูกต้องจำนวนข้อเท่า ๆ กัน ผู้ที่ได้รับคำถามยากกว่าจะได้รับคะแนนมากกว่า

สถานศึกษาจะได้รับคะแนนสอบโดยวิธีใดและเมื่อไร
สถานศึกษาจะได้รับผลคะแนนสอบของผู้สอบประมาณ 2 สัปดาห์ รับแต่วันสอบ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการตรวจเรียงความ (essay) ด้วย และ สถานศึกษาสามารถขอทราบคะแนนสอบ TOEFL ของนักเรียนทาง e-mail

สามารถเปรียบเทียบการให้คะแนนของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอย่างไร
ข้อสอบของ Computer-based test จะถูกจะทำไว้ล่วงหน้าทั้งประเภทและเนื้อเรื่องของคำถาม เช่นเดียวกันกับผู้ทำข้อสอบแบบ papter test ต่างชุดกัน      การให้คะแนนของ Computer-based tests แตกต่างจากการให้คะแนนแบบ paper-based test คือ


ผู้สอบสามารถเลือกสอบแบบ Computer test หรือ paper test ได้หรือไม่
ผู้สอบไม่สามารถเลือกการสอบได้ เนื่องจากการสอบแบบ paper-based test จะถูกยกเลิกหลังจากนำการสอบแบบ Computer-based มาใช้ คาดว่าภายใน 10 ปี Computer test จะแทนที่ papter test ได้ทั้งหมดทั่วโลก

นักเรียนจะสอบ computer-based test ณ. ที่ใด
Computer-based test จะมีศูนย์จัดทำสอบทั่วโลกที่ Sylvan Technology Centers (จดทะเบียนการค้าในนาม Sylvan learning system, Inc.) มีศูนย์การสอบ ณ.มหาวิทยาลัย บางแห่ง และที่สำนักงานตัวแทนของ ETS ตารางการสอบจะยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากผู้สอบสามารถเลือกเวลาสอบ และสถานที่สอบที่ใกล้ที่สุดได้

ผู้ขอสอบสามารถนัดหมายการสอบได้อย่างไร
การสอบจะมีคลอดทั้งปี ผู้สอบขอนัดหมายการสอบได้ทางโทรศัพท์ (toll - free - number) ไปที่ศูนย์สอบประจำท้องถิ่น หรือติดต่อไปที่ International Regional Registration Center การนัดหมาย ควรทำแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้วันสอบที่พอใจ และศูนย์สอบที่ใกล้ที่สุด

นักเรียนสามารถลงทะเบียนทางไปรษณีย์ และทางคอมพิวเตอร์ on-line ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม และขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ program bulletins หรือ program websites

ผู้สอบสามารถสอบได้บ่อยครั้งเพียงใด
นักเรียนสามารถทดสอบได้เดือนละครั้ง

มีการวางมาตรการความปลอดภัยไว้อย่างไร
ผู้สอบจะต้องนำบัตรประจำไปที่สนามสอบ โดยจะต้องไปถ่ายรูปที่สนามสอบ ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่และมีระบบ Video และ Audio ควบคุมดูแลการสอบ อนึ่งที่สนามสอบจะไม่มี Disk drives และ File server โดยจะถูกเก็บ ล๊อคไว้ในพื้นที่ เก็บเฉพาะ ในระหว่างการสื่อสาร ข้อมูลจะถูกแปลงสัญญาณเพื่อป้องกัน การลักลอบนำไปใช้ ประการสุดท้าย เมื่อคำถาม ถูกส่งไปยังผู้สอบ ณ. เลขที่เฉพาะ และระดับคะแนน เฉพาะของคะแนนเฉพาะของผู้สอบแล้ว คำถามก็จะถูกเคลื่อนย้ายออกจาก File
16. ผู้สอบที่มีปัญหาและต้องได้รับบริการพิเศษ จะได้รับการดูแลอย่างไร
ETS ยังคงให้บริการพิเศษเหมือนเช่นที่ผ่านมา ณ ศูนย์สอบทุกแห่ง จะมีบริการ เก้าอี้มีล้อสำหรับคนพิการ, ผู้ช่วยสอบกรณีผู้สอบเป็นผู้พิการ (amanuensis) ซึ่งจะมีเฉพาะในต่างประเทศ เวลาพิเศษตอนสอบ เวลาพักพิเศษ, ห้องแยกเฉพาะ, คนอ่านหรือคนให้สัญญาณ การขยายจอภาพ และ mouse emulators นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยังได้พัฒนาขีดความสามารถ ผู้สอบสามารถใช้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (input devices) ซึ่งไม่มีในการสอบแบบ paper test
17. นักเรียนที่จะสอบจำเป็นต้องมีความรู้คอมพิวเตอร์หรือไม่
ไม่จำเป็น ผู้ที่ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ หรือมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็สามารถสอบได้ เนื่องจากจะมีการฝึกหัดให้ผู้สอบรู้วิธีการใช้ mouse ก่อนการสอบ

ผู้เข้าสอบจะเตรียมตัวอย่างไร
ถึงแม้ว่าการสอบแบบใหม่จะแตกต่างจากการสอบแบบเดิม สิ่งพิมพ์คำแนะนำและข้อสอบได้ เนื่องจากจะมีการฝึกหัดตอบคำถามใน program websites และคู่มือแจกต่อไปนี้ จะได้คำแนะนำต่างๆแก่ผู้สอบ
    CD ROM ชุดข้อสอบฝึกหัด จำนวน 67 ข้อ
    ชุดทบทวนและเพิ่มเติม TOEFL Test Preparation Kit

จะขอข้อมูลเพิ่มเติมของ Computer - based tests ได้ที่ไหน
ที่ ETS website http://www.ets.org จะให้ข้อมูลที่ทันสมัย และ จะสอบถามข้อมูลอื่นๆได้เช่นข้อมูลเกี่ยวกับ
- การลงทะเบียนสอบและวิธีการชำระเงิน
- ที่ตั้งของศูนย์การสอบ
- นโยบายการขอทดสอบใหม่
- ค่าใช้จ่าย
- การสั่งซื้อคู่มือเตรียมตัวสอบ
- คำถามตัวอย่าง

ข้อสอบ TOEFL มีการเปลี่ยบแปลงอย่างไร
Computer - based TOEFL ไม่ใช่การนำข้อสอบของ paper test มาดัดแปลงใหม่ให้เป็นระบบ Computer เท่านั้นทั้งนี้ข้อสอบมี 3 sections คือ
- Listening comprehension (adaptive)
- Structure (adaptive)
- Reading Comprehension (linear)
คำถามบางคำถามจะคล้ายคลึงกับแบบเดิม แต่บางคำถามค่อนข้างจะแตกต่างออกไป คะถามของ Listening กับ Reading จะได้คำถามใหม่ ออกแบบพิเศษเฉพาะสำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ essay รวมอยู่กับ Structure section จะวัดความสามารถของนักเรียนในการ แสดงความคิด เห็นและการจัดการกระบวนความคิดอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสามารถเขียนสนับสนุนความคิดได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์การเขียนที่ดี Reading Comprehension section จะเป็นคำถามแบบ Linear คือผู้สอบไม่สามารถทำข้อสอบข้ามข้อหรือเปลี่ยนแปลงคำตอบที่ตอบไปแล้ว กรณีนี้จะแตกต่างจากระบบ adaptive

ทำไมจึงมีการเปลี่ยนแปลงการสอบ TOEFL
ขณะนี้ Computer - based TOEFL เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ในระยะยาวจะมีการปรับปรุงพัฒนาต่อไปอีก เรียกว่า TOEFL 2000 ซึ่งจะนำไปสูการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- มีจำนวนข้อสอบมากขึ้น
- วัดความสามารถนักเรียนในเรื่องความเข้าใจและใช้ภาษาอังกฤษมากได้ดีขึ้น

ผู้สอบจะทำอย่างไรในกรณีที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์
โปรแกรม TOEFL ได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สอบจะไม่ได้รับผบกระทบเนื่องจาก การขาดความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ Computer-based test ชุดฝึกสอนออกแบบพิเศษสำหรับ ผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด จะช่วยฝึกทักษะที่จำเป็นในการสอบ Computer-based TOEFL ให้แก่ผู้สอบ จากการศึกษาเรื่องความคุ้นเคยในการใช้คอมพิวเตอร์ระดับ นานาชาติ (An international computer familiarity study) ได้ทำการศึกษา ผู้เข้าสอบที่ได้ผ่านการฝึกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ (computer - based tutorial) ก่อนทำการสอบ โดยชุดทดลองจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเคยใช้คอมพิวเตอร์มาก่อน อีกกลุ่มไม่เคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์มาก่อน แล้วให้ทั้ง 2 กลุ่มฝึกหัดการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ กับกลุ่มที่ไม่คุ้นเคยกับการใข้เครื่องคอมพิวเตอร์

การให้คะแนนสอบจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
หากมีการให้คะแนนแบบใหม่จะมีความสัมพันธ์กับการให้คะแนนแบบเก่าอย่างไร มีการคาดการณ์ว่าคำถามแบบใหม่ที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมา จะทำให้การคำนวณคะแนนแบบใหม่มีความจำเป็นต่อการสอบทั้ง 3 section และจำเป็นต่อการคิดคะแนนรวมทั้งหมด หากมีการกำหนด มาตรฐานการนับคะแนนแบบใหม่ ตารางคะแนนที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบ คือมีความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนของ computer - based test กับคะแนนของ paper test จะเกิดขึ้นในราวค้นปี 2541 ซึ่งตารางนี้จะช่วยผู้ให้คะแนนสามารถจัดทำมาตรฐานคะแนนแบบใหม่ได้



TOEIC คืออะไร
TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นการทดสอบดูว่าลูกจ้างขององค์กรหนึ่งๆมีความรู้ภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงไร และเป็นการทดสอบดูว่าบุคคลจะสามารถสื่อสาร
ระดับนานาชาติได้มากน้อยเพียงไร. วัตถุประสงค์ของการสอบนี้มีความต่างจาก TOEFL อย่างยิ่ง.  และในปัจจุบันมีการทดสอบ 7 ส่วนคือ Part 1: Photographs 20 items (4-choice)
Part 2: Question-Response 30 items (3-choice)
Part 3: Short Conversations 30 items (4-choice)
Part 4: Short Talks 20 items (4-choice)
Part 5: Incomplete Sentences 40 items (4-choice)
Part 6: Error Recognition 20 items (4-choice)
Part 7: Reading Comprehension 40 items (4-choice)


CPE  คืออะไร
CPE (Cambridge Certificate of Proficiency in English )  ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์
http://www.cambridge-efl.org.uk/exam/general/bg_cpe.cfm)


LINKS
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้
http://www.thaipostgrad.com/english.html
http://www.toefl.org
http://www.toeic.com
http://www.ets.org
http://www.ielts.org
http://www.cambridge-efl.org.uk

จัดทำโฮมเพจโดย พรรณี ชุติวัฒนธาดา
9 มีนาคม 2545.